การค้าอันโหดร้ายคุกคามความอยู่รอดของช้างเอเชีย

จากรายงาน Cruel trade in Asian elephants threatens survival - report ของ Matt McGrath ใน BBC News
หากรู้ว่าช้างน้อยแสนน่ารักที่ถ่ายรูปอยู่ข้างๆ ต้องทนทรมานอยู่ในปางช้าง และเป็นหนึ่งในช้างที่ควรเติบโตและมีชีวิตอยู่ในป่าเมียนมาร์บ้านเกิด แต่กลับถูกลักลอบนำเข้ามาฝั่งไทย นักท่องเที่ยวเหล่านั้นจะรู้สึกอย่างไร?
ทุกปีกลุ่มนักอนุรักษ์นับล้านคน จะรวมตัวกันเพื่อกดดันเรียกร้องให้รัฐบาลไทย หันมาใส่ใจและแก้ปัญหาการลักลอบค้าและส่งช้างข้ามชายแดนเมียนมาร์เข้ามาฝั่งไทย แรงกดดันเหล่านี้ ทำให้ ตั้งแต่ปี ค.ศ.2012 รัฐบาลไทยพยายามกวาดล้างการลักลอบค้าสิ่งผิดกฎหมายระหว่างชายแดนไทย-เมียนมาร์ ไปจนถึงพยายามแก้ปัญหาธุรกิจค้าช้างผิดกฎหมายตามแนวชายแดน ก่อนการประชุมไซเตส เมื่อปีที่แล้ว
ขณะที่มีการศึกษาและรวบรวมข้อมูลขององค์กรด้านการอนุรักษ์และสิ่งแวดล้อม พบว่า ช่วงปี ค.ศ.2011-2013 มีการลักลอบขนส่งช้างอย่างผิดกฎหมายกว่า 81 เชือก เป้าหมายเพื่อขายให้ธุรกิจการท่องเที่ยวของไทย ทั้งอุตสาหกรรมบันเทิง และค่ายเดินป่า ซึ่งเป็นที่นิยมของบรรดานักท่องเที่ยว นั่นหมายความว่าสถานการณ์ของช้างป่าในเมียนมาร์ยังน่าเป็นห่วง
คริส เชพเพิร์ด ผู้อำนวยการทราฟฟิก ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ยังมีช้างป่าในเมียนมาร์จำนวนมากสูญหายจากการลักลอบฆ่า และค้าช้างผิดกฎหมาย ขณะที่แม้มีกฎหมายคุ้มครอง แต่การดูแลควบคุมตามแนวชายแดนของทั้ง 2 ประเทศ มีช่องโหว่อยู่มาก สัตว์ป่ายังถูกลักลอบส่งข้ามประเทศอย่างต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงได้แต่อย่างใด
โดยช้างส่วนใหญ่ที่ถูกลักลอบขนส่งจากป่าเมียนมาร์ มาสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในฝั่งไทย เป้าหมายหลัก คือ ลูกช้าง โดยราคาขายช้างเด็กพุ่งขึ้นอย่างสูง ราคาทั่วไปในตลาดค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายสำหรับลูกช้างที่สมบูรณ์ อยู่ที่ราว 33,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 1 ล้านบาท
โดยลูกช้างเหล่านั้นถูกจับมาทำให้เชื่อง ด้วยการกักขังและทรมาน ก่อนจะจับใส่กล่องส่งต่อมายังปางช้างไทย ขณะที่ช้างโต ก็จะถูกฆ่าทิ้ง และนำงาส่งไปขายต่อในตลาดค้างาช้าง ทำให้ปริมาณช้างในป่าเมียนมาร์ลดจำนวนลงทุกปี
หนึ่งในกฎหมายไทยที่กลุ่มนักอนุรักษ์ มองว่าเป็นหนึ่งในช่องโหว่เอื้อธุรกิจลักลอบค้าลูกช้าง คือ การลงทะเบียนช้างในประเทศ ซึ่งจะสามารถลงทะเบียนช้างไทยได้ก็ต่อเมื่อ ช้างมีอายุ ถึง 8 ปีแล้ว ลูกช้างที่ถูกลักลอบนำเข้าจากเมียนมาร์ จึงถูกนำมาสวมกลายเป็นช้างไทยในที่สุด ปัญหาทางกฎหมายเหล่านี้ทำให้ประเทศไทยถูกจับตาและถูกรณรงค์เรียกร้องให้รัฐบาลหันมาใส่ใจดูแลช้างมากขึ้น ก่อนที่ช้างในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะลดจำนวนลงจนแทบไม่เหลือ
ขณะที่ความวุ่นวายทางการเมืองในไทยช่วง 2 ปีมานี้ ก็ยิ่งทำให้การผลักดันกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม นักอนุรักษ์ หวังว่าการประชุมอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์หรือ "ไซเตส" ที่จะมีขึ้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในสัปดาห์หน้านี้ จะช่วยกระตุ้นให้ไทยและเมียนมาร์ หันมาใส่ใจและร่วมกันแก้ปัญหาลักลอบค้าช้างป่าอย่างจริงจังเสียที