วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2557


เพิ่มพื้นที่ป่า ณ วัดเขานกกระจิบ ต.น้ำพุ อ.เมือง จ.ราชบุรี
ในวันที่23สิงหาคม พ.ศ.2557







                    เนื่องด้วยทางวัดเขานกกระจิบได้สร้างสถานที่พักผ่อนหย่อนใจเพิ่มขึ้น ทางผู้ศึกษาจึงได้อาสาไปปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าภายในวัดให้เพิ่มมากขึ้นโดยได้ปลูกต้นโกสนจำนวน 50 ต้นบริเวณรอบโคนไม้ใหญ่เพื่อเพิ่มความสวยงาม และได้ปลูกต้นคูณที่จะช่วยเพิ่มความสวยงามและความร่มเย็นให้กับพื้นที่ในบริเวณนั้นซึ่งถือว่าเป็นการพัฒนาสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนอย่างหนึ่ง

หมายเหตุ-เนื่องด้วยในวันที่24สิงหาคม2557 ทางผู้ศึกษาไม่สามารถไปปลูกป่าที่ไร่สิงห์สุพรรณ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรีได้จึงแยกมาปลูกป่า ณ วัดเขานกกระจิบ





โครงการปลูกป่าชุมชนบ้านตะโกล่าง และ ไร่สิงห์สุพรรณ









                     
     ในวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2557 กลุ่มของพวกเราได้ทำกิจกรรมปลูกป่าชุมชนบ้านตะโกล่าง และ ไร่สุพรรณสิงห์ โดยได้รับความช่วยเหลือจากท่าน ผอ. เฉลียว เถื่อนเภา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านตะโกล่าง และ คุณประเทือง สิงห์สุพรรณ เจ้าของไร่สิงห์สุพรรณ

วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2557


    ชาวบ้านกระบี่ฮือฮา พบกลุ่มก้อนเมฆประหลาด ลักษณะคล้ายจานบิน จึงแชะภาพแชร์ในเฟซบุ๊ก...

alt
    วันที่ 29 ส.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้เกิดเมฆรูปร่างประหลาดที่เหนือท้องฟ้า จ.กระบี่ ทั้งนี้ น.ส.พรประภา เริงสมุทร พนักงานโรงแรมรายาวดี ที่อ่าวไร่เลย์ ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ ได้ถ่ายภาพไว้ บริเวณท่าเรืออ่าวน้ำเมา ต.ไสไทย อ.เมืองกระบี่ ก่อนจะเดินทางไปทำงานที่โรงแรมในอ่าวไร่เลย์ พบว่าเป็นเมฆขนาดใหญ่โค้งเหนือน้ำทะเลคล้ายปรากฏการณ์เมฆชนกัน และเหนือภูเขา ซึ่งดูเหมือนในภาพยนตร์ต่างประเทศ
    ขณะเดียวกัน นายสมพร หง้าฝา พนักงานโรงแรมเดียวกัน ก็ได้บันทึกภาพเกิดเหตุการณ์พายุงวงช้างกลางทะเล หน้าหาดไร่เลย์ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่หาดูได้ยาก และเหตุเกิดขึ้นในเวลารวดเร็ว แค่ไม่กี่นาทีก็หายไป ท่ามกลางนักท่องเที่ยวที่นอนอยู่บนชายหาดที่ลุกขึ้นมาบันทึกภาพเช่นกัน

    จากการสอบถามทราบว่า พายุงวงช้างที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ โดยเกิดขึ้นถึง 6 ลูกด้วยกัน และหลังเกิดพายุงวงช้างก็ได้มีฝนตกหนักในพื้นที่ดังกล่าว
    อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 คนที่ถ่ายภาพได้ มีการนำไปโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ปรากฏว่ามีกลุ่มเพื่อนๆ และบุคคลทั่วไป ได้แสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย โดยเฉพาะการวิจารณ์ถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนกับลางบอกเหตุของธรรมชาติ ที่แปรเปลี่ยนไป

ที่มา :http://www.thairath.co.th/content/446604

วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2557

กรมป่าไม้จัดโซนนิ่งที่ดิน สปก.เพิ่มป่า

         นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ อธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กรมป่าไม้ได้หารือกับนายวีระชัย นาควิบูลย์วงศ์ เลขาธิการ สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อหาแนวทางการอนุรักษ์และส่งเสริมฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ ได้ข้อสรุปว่า จะจัดทำร่างข้อตกลงความร่วมมือด้านการทำงานร่วมกันเพื่อการจัดการพื้นที่ และการโซนนิ่ง   มีกิจกรรมการสำรวจข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ สปก. การส่งมอบพื้นที่ป่าสมบูรณ์ที่ยังเหลือในพื้นที่ สปก.ให้กับกรมป่าไม้เพื่อนำไปใช้เป็นประโยชน์ในการฟื้นคืนสภาพป่า และเพิ่มพื้นที่ป่าให้กับประเทศ และให้เป็นสมบัติร่วมกันของแผ่นดิน ซึ่งนอกเหนือจากเรื่องของการโซนนิ่งและจัดระเบียบพื้นที่ต่างๆแล้ว กรมป่าไม้ยังมีแนวคิดในการจัดทำโครง การพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบป่า ซึ่งจะขอความร่วมมือวิชาการอื่นๆ ตลอดจนเน้นการส่งเสริมการปลูกต้นไม้ตามเงื่อนไข ในพื้นที่ สปก.เพิ่มขึ้นด้วย




ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/437343

วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557


ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/444408

รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กล่าวว่า ผศ.ดร.ฉัตรชัย เงินแสงสรวย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มก. และนายปกรณ์ ทิพยศรี นิสิตปริญญาโท ได้ค้นพบเอื้องเทียนปากสีน้ำตาล (Coelogyne phuhinrongklaensis Ngerns. & P. Tippayasri) ในเดือน ส.ค.2549 และเดือน ส.ค.2550 ที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า บริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกหมันแดง ใกล้หน่วยพิทักษ์ป่าหมันแดง ถือว่าเป็นการค้นพบกล้วยไม้ชนิดใหม่ของโลก วงศ์ Orchidaceae
alt

โดยเอื้องเทียนปากสีน้ำตาล เป็นกล้วยไม้อิงอาศัยหรือขึ้นบนหิน เจริญทางด้านข้าง ทุกส่วนเกลี้ยง เหง้า ทอดนอน รูปทรงกระบอก เอื้องเทียนปากสีน้ำตาล เป็นพืชถิ่นเดียวของประเทศไทย จะพบเฉพาะทางภาคเหนือ บริเวณ จ.พิษณุโลก ในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าและอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว อาศัยบนต้นไม้ หรือขึ้นบนลานหินทรายที่มีมอสส์คลุมในป่าดิบเขา ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,100-2,100 ม. ออกดอกช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. ทั้งนี้ เอื้องเทียนปากสีน้ำตาลอยู่ในสถานภาพพืชมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ ตามเกณฑ์การประเมินของ IUCN (2001) และการค้นพบดังกล่าว ได้ตีพิมพ์ในวารสาร Thai Forest Bulletin (Botany) เมื่อเดือน พ.ย.2555

วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2557

งานศิลปะจากขยะ สะท้อนพฤติกรรมการบริโภคที่ก่อให้เกิดของเสียจากมนุษย์


ช่างภาพชาวแคลิฟอร์เนีย กระตุ้นเตือนจิตสำนึกผ่านงานศิลปะที่แสดงให้ถึงพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดขยะภายในบ้าน 
“Gregg Segal” ได้ใช้ความพยายามในการตัดต่อภาพครอบครัว ผู้คน ที่ดำรงใช้ชีวิตอยู่บนกองขยะ ที่พวกเขาเป็นผู้สร้างขึ้นในแต่ละสัปดาห์ โดยแยกตามความน่าจะเป็นของคนแต่ละรุ่น แต่ละวัยในการบริโภคสิ่งต่างๆ จนกลายเป็นที่มาของขยะเหลือทิ้ง 

อีกทั้งงานศิลปะจากขยะนี้ ยังแสดงให้เห็นคนในหลายระดับที่สามารถก่อให้เกิดปัญหาขยะได้เท่าเทียมกัน อีกทั้งศิลปินยังกล่าวอีกว่า คนส่วนใหญ่มักใช้จ่ายเพื่อให้ภาพลักษณ์ตนเองนั้นออกมาดูดี แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังคือที่มาของขยะที่ปรนเปรอจนเกินใช้

ที่มา:http://www.energysavingmedia.com/news/page.php?a=10&n=54&cno=6067

วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2557

แฉผลสอบลอบดูดทราย รุกพื้นที่ลำพันชาดทำลายสิ่งแวดล้อม เตรียมเอาผิดนายทุน


แฉผลสอบลอบดูดทราย รุกพื้นที่ลำพันชาดทำลายสิ่งแวดล้อม เตรียมเอาผิดนายทุน

       กาฬสินธุ์ - แฉผลสอบปัญหานายทุนอุดรธานีลักลอบดูดทรายทำลายระบบนิเวศใน จ.กาฬสินธุ์ นายอำเภอสามชัยระบุเป็นการเปิดร่องน้ำและรุกพื้นที่ชัด เสนอจังหวัดประสานงานผู้ว่าฯ อุดรธานีระงับดูดทรายและดำเนินคดี

       ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าปัญหานายทุน จ.อุดรธานีรุกล้ำลำพันชาด อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งนายอำเภอสามชัย และกองกำลังรักษาความสงบจังหวัดกาฬสินธุ์เข้าทำการจับกุมได้ผู้ต้องหา 2 คน ตรวจยึดรถแบ็กโฮ เรือดูดทรายตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

       
       ล่าสุดวันนี้ (7 ส.ค.) นายกนก ศรีวิชัยนันท์ นายอำเภอสามชัย เปิดเผยผลการตรวจสอบว่า พนักงานสอบสวนระบุว่าเจ้าของ คือ นางกรชนก วรชิน อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 181 หมู่ 8 ต.โพน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ เป็นเจ้าของกิจการท่าทรายเพชรธารา ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการดูดทรายในเขต อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี
       
       โดยพบว่าท่าทรายแห่งนี้ได้ร่วมกันบุกรุก ก่อสร้าง ยึดถือครอบครอง หรือทำประโยชน์ในที่ดินอันเป็นเขตป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 54 และได้ทำการขุดลอก แก้ไข หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเปลี่ยนแปลง ร่องน้ำ ทางเดินเรือแม่น้ำ ลำคลองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และเทดิน กรวด ทรายลงในแม่น้ำสาธารณะอันเป็นเหตุให้เกิดการตื้นเขิน อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา 119, 120
       
       ในการนี้ทางอำเภอสามชัยพิจารณาแล้วเห็นว่า ท่าทรายเพชรธาราซึ่งมีนางกรชนกเป็นเจ้าของกิจการ ได้กระทำผิดฝ่าฝืนเงื่อนไขตามข้อ 19 แห่งระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการขออนุญาตให้ดูดทราย พ.ศ. 2523 และฝ่าฝืนประกาศฉบับที่ 64/2557 ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2557 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เรื่องการปราบปรามและหยุดยั้งการทำลายทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวได้สร้างความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะแนวตลิ่งตามลำน้ำลำพันชาดของ อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์
       
       ดังนั้น จึงเห็นควรระงับการดูดทรายในพื้นที่ดังกล่าว รวมทั้งเมื่อสิ้นสุดผลคดีแล้ว เห็นควรดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตต่อไป ซึ่งได้ทำหนังสือรายงานไปยังนายภุชงค์ โพธิกุฏสัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ และ พ.อ.ฉกาจพงษ์ หงษ์ทอง ที่ปรึกษากองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อประสานต่อไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ให้ดำเนินคดีต่อนายทุนรายนี้ด้วย
       
       ทั้งนี้ แนวทางการป้องกันทรัพยากรธรรมชาติใน อ.สามชัย จะยังคงดำเนินการไปอย่างต่อเนื่อง และติดตามผลการจับกุมทุกคดีเพื่อนำความสงบกลับคืนสู่ประเทศชาติ


ที่มา : http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9570000089960

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

วันอนุรักษ์เสือโคร่งโลก อีก 8 ปี ไทยจะมีเสือโคร่ง 375 ตัว ?

วันอนุรักษ์เสือโคร่งโลก อีก 8 ปี ไทยจะมีเสือโคร่ง 375 ตัว ?


ปี2553 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมเสือโลกร่วมกับกลุ่มประเทศที่มีเสือในป่าธรรมชาติจำนวน 13 ประเทศทั่วโลก ครั้งนั้นได้มีการให้สัตยาบันร่วมกันว่า ภายในปี 2565 ทุกประเทศจะต้องทำให้ประชากรเสือโคร่งในป่าอนุรักษ์เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว จากปริมาณที่มีอยู่เดิมในปีนั้น ซึ่งตอนนั้นสำรวจพบว่าประเทศไทยมีเสือในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ประมาณ 200-250 ตัว

แต่จากปัญหาที่เกิดขึ้นเรื่องการบุกรุกทำลายป่าอันเป็นที่อยู่อาศัยของเสือและล่าสัตว์อันเป็นเหยื่อของเสือซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะเพิ่มปริมาณเสือในป่าธรรมชาติรัฐบาลไทยในเวลานั้นจึงประกาศว่าขอเพิ่มปริมาณเสือแค่50%ของปริมาณที่มีอยู่เดิมซึ่งหมายถึงขอเพิ่มแค่100-125ตัว น่าจะมีโอกาสเป็นไปได้มากกว่าการเพิ่มถึง 200-250 ตัวเวลาผ่านไป 4 ปี มีทั้งสัญญาณที่ดีและไม่ดีสำหรับเรื่องเสือโคร่งในประเทศไทย

เรื่องดีๆ ก็คือ พื้นที่ที่มีประชากรเสือชุกชุมแต่เดิมคือในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นป่าที่มีเสือมากที่สุดในประเทศไทย โดยพบราว 70 ตัวนั้น เวลานี้พบว่า ปริมาณเสือที่เพิ่มขึ้น ทำให้พวกมันต้องแสวงหาอาณาจักรใหม่ให้ตัวเอง แต่พื้นที่ป่าที่มันจะไปอาศัยอยู่ก็ต้องเป็นป่าสมบูรณ์จริงๆ มันจึงจะอยู่ได้


นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช บอกว่าได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง พบว่าสามารถถ่ายรูปเสือจากกล้องคาเมร่าแท็บที่นำไปติดไว้ตามต้นไม้ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ซึ่งเป็นป่าที่อยู่ติดกับป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งถึง 11 ตัวด้วยกัน ถือเป็นเรื่องน่ายินดีมาก เพราะ 3-4 ปีก่อนหน้านี้แทบจะไม่พบเสือในป่าดังกล่าวเลย แสดงให้เห็นว่า 1.ป่าในพื้นที่นั้นยังอุดมสมบูรณ์อยู่ เสือถึงอยู่ได้ และ 2.ในบริเวณที่เสืออาศัยอยู่นั้นมีเหยื่อให้กินอย่างเพียงพอ ที่น่าดีใจไปมากกว่านั้นคือ นอกจากแม่เสือแล้ว ยังพบลูกเสืออีกถึง 5 ตัวด้วยกัน

"จึงเป็นสัญญาณที่ดีว่าน่าจะทำได้ตามเป้าที่เคยไปให้สัตยาบันเอาไว้กับประเทศที่มีเสือหรือถ้าทำไม่ได้จริงๆก็น่าจะได้ในปริมาณที่ใกล้เคียงกันแต่มีข้อแม้ว่าปริมาณป่าที่มีอยู่ต้องไม่ลดลงไปกว่านี้"

วันที่29กรกฎาคมถูกกำหนดให้เป็นวันอนุรักษ์เสือโคร่งโลกเป้าหมายหลักของประเทศไทยในการฟื้นฟูประชากรเสือโคร่ง ต้องทำไปพร้อมกับการดูแลที่อยู่และเหยื่อของเสือให้อุดมสมบูรณ์ไปพร้อมๆ กันด้วย ซึ่งก็คือการดูแลป่าและสัตว์ในป่าให้มีสภาพสมบูรณ์นั่นเอง

เราจะมีการประมวลเหตุการณ์อยู่เรื่อยๆว่าอีก8ปีเราจะทำตามที่เคยให้สัตยาบันเอาไว้ได้หรือไม่

ที่มา-http://www.energysavingmedia.com/news/page.php?a=10&n=15&cno=6024

วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เรทประหยัดพลังงานเครื่องอบผ้าแบบใหม่ ลดก๊าซเรือนกระจกได้ 22 พันล้านปอนด์ในแต่ละปี

เรทประหยัดพลังงานเครื่องอบผ้าแบบใหม่ ลดก๊าซเรือนกระจกได้ 22 พันล้านปอนด์ในแต่ละปี



นอกจากการณรงค์เพื่อการประหยัดพลังงาน การเลือกใช้เทคโนโลยีก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่สามารถลดการใช้พลังงานและค่าใช้จ่ายไฟฟ้าในบ้านได้

สถาบันป้องกันสิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกา (EPA) ได้ประกาศเรื่องการจัดตั้งเรทสำหรับเครื่องอบผ้าตามพื้นฐานคุณสมบัติของเครื่องใช้ไฟฟ้ารูปแบบใหม่ เพื่อลดพลังงานจากการใช้ให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 20 ภายในปี2015 

เนื่องจากเครื่องอบแห้งนั้นใช้พลังงานในปริมาณที่มาก  และกว่าร้อยละ 80 ของครัวเรือนนั้นมีเครื่องอบแห้ง ซึ่งสามารถคิดเป็นร้อยละ 6  ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดจากทุกครัวเรือน

ตามการรายงานของ EPA หากทุกครัวเรือนนั้นเปลี่ยนมาใช้เครื่องอบผ้าในเรทประหยัดพลังงานรูปแบบใหม่ จะสามารถลดค่าไฟได้มากกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 22 พันล้านปอนด์ในแต่ละปี  

ทั้งนี้ มีอีกหนึ่งเทคโนโลยีการอบแห้งแบบใหม่ คือเครื่องสูบความร้อนดังรูปภาพด้านล่าง ที่สามารถลดการใช้พลังงานได้กว่าร้อยละ 50 ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมทั่วไปในยุโรป และกำลังจะขยายตลาดมายังอเมริกาเหนืออีกด้วย 

ที่มา http://www.treehugger.com/energy-efficiency/energy-star-creates-specification-clothes-dryers-could-reduce-us-co2-emissions-22-billion-pounds-year.html

วันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ฤทธิ์พายุรามสูรฝนตกหนักท่วมเมืองนครพนม

เมื่อวันที่ 18 ก.ค.2557 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นครพนม ว่า ได้เกิดฝนตกหนักเนื่องจากอิทธิพลพายุรามสูร ทำให้ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ถึงรุ่งเช้าวันนี้ ส่งผลให้น้ำท่วมในพื้นที่ย่านธุรกิจกลางเมืองนครพนม และอีกในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะถนนสายหลัก เช่น ถนนอภิบาลบัญชา ถนนราชทัณฑ์ เรื่อยไปจนถึงโรงเรียนอนุบาลนครพนม และโรงพยาบาลนครพนม

นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม กล่าวว่า ได้ระดมเจ้าหน้าที่ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายผลเรือน (อปพร.) จนท.เทศกิจกว่า 20 นาย ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่รวม 7 จุด กลางเมือง 3 จุด และริมฝั่งแม่น้ำโขง 4 จุด เพื่อเร่งระบายน้ำไหลลงสู่แม่น้ำโขงอย่างทันท่วงที แต่ยังพบน้ำท่วมขังในบางจุด สาเหตุอาจเกิดจากมีถุงพลาสติกและสิ่งปฏิกูลไปอุดท่อระบายน้ำ ไหลระบายไม่ทันจึงทำให้ทำท่วมฉับพลันดังกล่าว
ที่มา-http://breakingnews.nationtv.tv/home/read.php?newsid=728564

วันพฤหัสบดีที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การค้าอันโหดร้ายคุกคามความอยู่รอดของช้างเอเชีย

การค้าอันโหดร้ายคุกคามความอยู่รอดของช้างเอเชีย

รายงาน: การค้าอันโหดร้ายคุกคามความอยู่รอดของช้างเอเชีย
จากรายงาน Cruel trade in Asian elephants threatens survival - report ของ Matt McGrath ใน BBC News
หากรู้ว่าช้างน้อยแสนน่ารักที่ถ่ายรูปอยู่ข้างๆ ต้องทนทรมานอยู่ในปางช้าง และเป็นหนึ่งในช้างที่ควรเติบโตและมีชีวิตอยู่ในป่าเมียนมาร์บ้านเกิด แต่กลับถูกลักลอบนำเข้ามาฝั่งไทย นักท่องเที่ยวเหล่านั้นจะรู้สึกอย่างไร?

ทุกปีกลุ่มนักอนุรักษ์นับล้านคน จะรวมตัวกันเพื่อกดดันเรียกร้องให้รัฐบาลไทย หันมาใส่ใจและแก้ปัญหาการลักลอบค้าและส่งช้างข้ามชายแดนเมียนมาร์เข้ามาฝั่งไทย แรงกดดันเหล่านี้ ทำให้ ตั้งแต่ปี ค.ศ.2012 รัฐบาลไทยพยายามกวาดล้างการลักลอบค้าสิ่งผิดกฎหมายระหว่างชายแดนไทย-เมียนมาร์ ไปจนถึงพยายามแก้ปัญหาธุรกิจค้าช้างผิดกฎหมายตามแนวชายแดน ก่อนการประชุมไซเตส เมื่อปีที่แล้ว
ขณะที่มีการศึกษาและรวบรวมข้อมูลขององค์กรด้านการอนุรักษ์และสิ่งแวดล้อม พบว่า ช่วงปี ค.ศ.2011-2013 มีการลักลอบขนส่งช้างอย่างผิดกฎหมายกว่า 81 เชือก เป้าหมายเพื่อขายให้ธุรกิจการท่องเที่ยวของไทย ทั้งอุตสาหกรรมบันเทิง และค่ายเดินป่า ซึ่งเป็นที่นิยมของบรรดานักท่องเที่ยว นั่นหมายความว่าสถานการณ์ของช้างป่าในเมียนมาร์ยังน่าเป็นห่วง
คริส เชพเพิร์ด ผู้อำนวยการทราฟฟิก ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ยังมีช้างป่าในเมียนมาร์จำนวนมากสูญหายจากการลักลอบฆ่า และค้าช้างผิดกฎหมาย ขณะที่แม้มีกฎหมายคุ้มครอง แต่การดูแลควบคุมตามแนวชายแดนของทั้ง 2 ประเทศ มีช่องโหว่อยู่มาก สัตว์ป่ายังถูกลักลอบส่งข้ามประเทศอย่างต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงได้แต่อย่างใด
โดยช้างส่วนใหญ่ที่ถูกลักลอบขนส่งจากป่าเมียนมาร์ มาสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในฝั่งไทย เป้าหมายหลัก คือ ลูกช้าง โดยราคาขายช้างเด็กพุ่งขึ้นอย่างสูง ราคาทั่วไปในตลาดค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายสำหรับลูกช้างที่สมบูรณ์ อยู่ที่ราว 33,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 1 ล้านบาท
โดยลูกช้างเหล่านั้นถูกจับมาทำให้เชื่อง ด้วยการกักขังและทรมาน ก่อนจะจับใส่กล่องส่งต่อมายังปางช้างไทย ขณะที่ช้างโต ก็จะถูกฆ่าทิ้ง และนำงาส่งไปขายต่อในตลาดค้างาช้าง ทำให้ปริมาณช้างในป่าเมียนมาร์ลดจำนวนลงทุกปี
หนึ่งในกฎหมายไทยที่กลุ่มนักอนุรักษ์ มองว่าเป็นหนึ่งในช่องโหว่เอื้อธุรกิจลักลอบค้าลูกช้าง คือ การลงทะเบียนช้างในประเทศ ซึ่งจะสามารถลงทะเบียนช้างไทยได้ก็ต่อเมื่อ ช้างมีอายุ ถึง 8 ปีแล้ว ลูกช้างที่ถูกลักลอบนำเข้าจากเมียนมาร์ จึงถูกนำมาสวมกลายเป็นช้างไทยในที่สุด ปัญหาทางกฎหมายเหล่านี้ทำให้ประเทศไทยถูกจับตาและถูกรณรงค์เรียกร้องให้รัฐบาลหันมาใส่ใจดูแลช้างมากขึ้น ก่อนที่ช้างในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะลดจำนวนลงจนแทบไม่เหลือ
ขณะที่ความวุ่นวายทางการเมืองในไทยช่วง 2 ปีมานี้ ก็ยิ่งทำให้การผลักดันกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม นักอนุรักษ์ หวังว่าการประชุมอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์หรือ   "ไซเตส" ที่จะมีขึ้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในสัปดาห์หน้านี้ จะช่วยกระตุ้นให้ไทยและเมียนมาร์ หันมาใส่ใจและร่วมกันแก้ปัญหาลักลอบค้าช้างป่าอย่างจริงจังเสียที


ที่มา  :   http://news.thaipbs.or.th



วันพุธที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เมืองสวีดิชแจกจักรยานให้ใช้ฟรี 6 เดือน เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้ในระยะยาว

เมืองสวีดิชแจกจักรยานให้ใช้ฟรี 6 เดือน เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้ในระยะยาว


เมืองสวีดิชกำลังอยู่ในช่วงทดสอบโครงการใหม่เพื่อลดจำนวนรถบนท้องถนน  โดยการที่รัฐบาลได้แจกรถจักรยานไปให้ใช้ฟรี 6 เดือน

ประเทศสวีเดนเลยได้ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่รักในการปั่นจักรยาน โดยกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรนั้นได้ใช้จักรยานเป็นพาหนะไปทำงาน จากการที่เมืองหลวงของสวีเดนนั้นประสบความสำเร็จในการพัฒนาโปรแกรมและแรงจูงใจสำหรับการหันมาใช้พาหนะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 

โดยโปรแกรมทดลองให้จักรยานไปใช้ฟรี 6 เดือนนี้ มีสัญญาที่ผู้รับต้องปฏิบัติตามคือ การหันมาใช้จักรยานอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยกลุ่มเป้าหมายของการรณรงค์ให้เปลี่ยนพฤติกรรมคือ นักเรียน ผู้โดยสาร ผู้ปกครอง และเยาวชน

ทั้งนี้ จุดมุ่งหมายของการทดลองนั้น เพื่อต้องการทำลายอุปสรรคที่ยังกีดกันความคิดในการเปลี่ยนไปใช้จักรยานโดยสมบูรณ์ ด้วยโครงการพัฒนาในระยะ 6 เดือน ซึ่งอาจสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในระยะยาว และเมื่อโปรแกรมจบลง นักปั่นจะได้รับสิทธิเศษในการซื้อจักรยานในราคาที่ได้ส่วนลด 

ที่มา http://inhabitat.com