วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2557


เพิ่มพื้นที่ป่า ณ วัดเขานกกระจิบ ต.น้ำพุ อ.เมือง จ.ราชบุรี
ในวันที่23สิงหาคม พ.ศ.2557







                    เนื่องด้วยทางวัดเขานกกระจิบได้สร้างสถานที่พักผ่อนหย่อนใจเพิ่มขึ้น ทางผู้ศึกษาจึงได้อาสาไปปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าภายในวัดให้เพิ่มมากขึ้นโดยได้ปลูกต้นโกสนจำนวน 50 ต้นบริเวณรอบโคนไม้ใหญ่เพื่อเพิ่มความสวยงาม และได้ปลูกต้นคูณที่จะช่วยเพิ่มความสวยงามและความร่มเย็นให้กับพื้นที่ในบริเวณนั้นซึ่งถือว่าเป็นการพัฒนาสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนอย่างหนึ่ง

หมายเหตุ-เนื่องด้วยในวันที่24สิงหาคม2557 ทางผู้ศึกษาไม่สามารถไปปลูกป่าที่ไร่สิงห์สุพรรณ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรีได้จึงแยกมาปลูกป่า ณ วัดเขานกกระจิบ





โครงการปลูกป่าชุมชนบ้านตะโกล่าง และ ไร่สิงห์สุพรรณ









                     
     ในวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2557 กลุ่มของพวกเราได้ทำกิจกรรมปลูกป่าชุมชนบ้านตะโกล่าง และ ไร่สุพรรณสิงห์ โดยได้รับความช่วยเหลือจากท่าน ผอ. เฉลียว เถื่อนเภา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านตะโกล่าง และ คุณประเทือง สิงห์สุพรรณ เจ้าของไร่สิงห์สุพรรณ

วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2557


    ชาวบ้านกระบี่ฮือฮา พบกลุ่มก้อนเมฆประหลาด ลักษณะคล้ายจานบิน จึงแชะภาพแชร์ในเฟซบุ๊ก...

alt
    วันที่ 29 ส.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้เกิดเมฆรูปร่างประหลาดที่เหนือท้องฟ้า จ.กระบี่ ทั้งนี้ น.ส.พรประภา เริงสมุทร พนักงานโรงแรมรายาวดี ที่อ่าวไร่เลย์ ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ ได้ถ่ายภาพไว้ บริเวณท่าเรืออ่าวน้ำเมา ต.ไสไทย อ.เมืองกระบี่ ก่อนจะเดินทางไปทำงานที่โรงแรมในอ่าวไร่เลย์ พบว่าเป็นเมฆขนาดใหญ่โค้งเหนือน้ำทะเลคล้ายปรากฏการณ์เมฆชนกัน และเหนือภูเขา ซึ่งดูเหมือนในภาพยนตร์ต่างประเทศ
    ขณะเดียวกัน นายสมพร หง้าฝา พนักงานโรงแรมเดียวกัน ก็ได้บันทึกภาพเกิดเหตุการณ์พายุงวงช้างกลางทะเล หน้าหาดไร่เลย์ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่หาดูได้ยาก และเหตุเกิดขึ้นในเวลารวดเร็ว แค่ไม่กี่นาทีก็หายไป ท่ามกลางนักท่องเที่ยวที่นอนอยู่บนชายหาดที่ลุกขึ้นมาบันทึกภาพเช่นกัน

    จากการสอบถามทราบว่า พายุงวงช้างที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ โดยเกิดขึ้นถึง 6 ลูกด้วยกัน และหลังเกิดพายุงวงช้างก็ได้มีฝนตกหนักในพื้นที่ดังกล่าว
    อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 คนที่ถ่ายภาพได้ มีการนำไปโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ปรากฏว่ามีกลุ่มเพื่อนๆ และบุคคลทั่วไป ได้แสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย โดยเฉพาะการวิจารณ์ถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนกับลางบอกเหตุของธรรมชาติ ที่แปรเปลี่ยนไป

ที่มา :http://www.thairath.co.th/content/446604

วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2557

กรมป่าไม้จัดโซนนิ่งที่ดิน สปก.เพิ่มป่า

         นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ อธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กรมป่าไม้ได้หารือกับนายวีระชัย นาควิบูลย์วงศ์ เลขาธิการ สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อหาแนวทางการอนุรักษ์และส่งเสริมฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ ได้ข้อสรุปว่า จะจัดทำร่างข้อตกลงความร่วมมือด้านการทำงานร่วมกันเพื่อการจัดการพื้นที่ และการโซนนิ่ง   มีกิจกรรมการสำรวจข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ สปก. การส่งมอบพื้นที่ป่าสมบูรณ์ที่ยังเหลือในพื้นที่ สปก.ให้กับกรมป่าไม้เพื่อนำไปใช้เป็นประโยชน์ในการฟื้นคืนสภาพป่า และเพิ่มพื้นที่ป่าให้กับประเทศ และให้เป็นสมบัติร่วมกันของแผ่นดิน ซึ่งนอกเหนือจากเรื่องของการโซนนิ่งและจัดระเบียบพื้นที่ต่างๆแล้ว กรมป่าไม้ยังมีแนวคิดในการจัดทำโครง การพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบป่า ซึ่งจะขอความร่วมมือวิชาการอื่นๆ ตลอดจนเน้นการส่งเสริมการปลูกต้นไม้ตามเงื่อนไข ในพื้นที่ สปก.เพิ่มขึ้นด้วย




ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/437343

วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557


ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/444408

รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กล่าวว่า ผศ.ดร.ฉัตรชัย เงินแสงสรวย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มก. และนายปกรณ์ ทิพยศรี นิสิตปริญญาโท ได้ค้นพบเอื้องเทียนปากสีน้ำตาล (Coelogyne phuhinrongklaensis Ngerns. & P. Tippayasri) ในเดือน ส.ค.2549 และเดือน ส.ค.2550 ที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า บริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกหมันแดง ใกล้หน่วยพิทักษ์ป่าหมันแดง ถือว่าเป็นการค้นพบกล้วยไม้ชนิดใหม่ของโลก วงศ์ Orchidaceae
alt

โดยเอื้องเทียนปากสีน้ำตาล เป็นกล้วยไม้อิงอาศัยหรือขึ้นบนหิน เจริญทางด้านข้าง ทุกส่วนเกลี้ยง เหง้า ทอดนอน รูปทรงกระบอก เอื้องเทียนปากสีน้ำตาล เป็นพืชถิ่นเดียวของประเทศไทย จะพบเฉพาะทางภาคเหนือ บริเวณ จ.พิษณุโลก ในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าและอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว อาศัยบนต้นไม้ หรือขึ้นบนลานหินทรายที่มีมอสส์คลุมในป่าดิบเขา ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,100-2,100 ม. ออกดอกช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. ทั้งนี้ เอื้องเทียนปากสีน้ำตาลอยู่ในสถานภาพพืชมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ ตามเกณฑ์การประเมินของ IUCN (2001) และการค้นพบดังกล่าว ได้ตีพิมพ์ในวารสาร Thai Forest Bulletin (Botany) เมื่อเดือน พ.ย.2555

วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2557

งานศิลปะจากขยะ สะท้อนพฤติกรรมการบริโภคที่ก่อให้เกิดของเสียจากมนุษย์


ช่างภาพชาวแคลิฟอร์เนีย กระตุ้นเตือนจิตสำนึกผ่านงานศิลปะที่แสดงให้ถึงพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดขยะภายในบ้าน 
“Gregg Segal” ได้ใช้ความพยายามในการตัดต่อภาพครอบครัว ผู้คน ที่ดำรงใช้ชีวิตอยู่บนกองขยะ ที่พวกเขาเป็นผู้สร้างขึ้นในแต่ละสัปดาห์ โดยแยกตามความน่าจะเป็นของคนแต่ละรุ่น แต่ละวัยในการบริโภคสิ่งต่างๆ จนกลายเป็นที่มาของขยะเหลือทิ้ง 

อีกทั้งงานศิลปะจากขยะนี้ ยังแสดงให้เห็นคนในหลายระดับที่สามารถก่อให้เกิดปัญหาขยะได้เท่าเทียมกัน อีกทั้งศิลปินยังกล่าวอีกว่า คนส่วนใหญ่มักใช้จ่ายเพื่อให้ภาพลักษณ์ตนเองนั้นออกมาดูดี แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังคือที่มาของขยะที่ปรนเปรอจนเกินใช้

ที่มา:http://www.energysavingmedia.com/news/page.php?a=10&n=54&cno=6067

วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2557

แฉผลสอบลอบดูดทราย รุกพื้นที่ลำพันชาดทำลายสิ่งแวดล้อม เตรียมเอาผิดนายทุน


แฉผลสอบลอบดูดทราย รุกพื้นที่ลำพันชาดทำลายสิ่งแวดล้อม เตรียมเอาผิดนายทุน

       กาฬสินธุ์ - แฉผลสอบปัญหานายทุนอุดรธานีลักลอบดูดทรายทำลายระบบนิเวศใน จ.กาฬสินธุ์ นายอำเภอสามชัยระบุเป็นการเปิดร่องน้ำและรุกพื้นที่ชัด เสนอจังหวัดประสานงานผู้ว่าฯ อุดรธานีระงับดูดทรายและดำเนินคดี

       ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าปัญหานายทุน จ.อุดรธานีรุกล้ำลำพันชาด อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งนายอำเภอสามชัย และกองกำลังรักษาความสงบจังหวัดกาฬสินธุ์เข้าทำการจับกุมได้ผู้ต้องหา 2 คน ตรวจยึดรถแบ็กโฮ เรือดูดทรายตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

       
       ล่าสุดวันนี้ (7 ส.ค.) นายกนก ศรีวิชัยนันท์ นายอำเภอสามชัย เปิดเผยผลการตรวจสอบว่า พนักงานสอบสวนระบุว่าเจ้าของ คือ นางกรชนก วรชิน อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 181 หมู่ 8 ต.โพน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ เป็นเจ้าของกิจการท่าทรายเพชรธารา ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการดูดทรายในเขต อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี
       
       โดยพบว่าท่าทรายแห่งนี้ได้ร่วมกันบุกรุก ก่อสร้าง ยึดถือครอบครอง หรือทำประโยชน์ในที่ดินอันเป็นเขตป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 54 และได้ทำการขุดลอก แก้ไข หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเปลี่ยนแปลง ร่องน้ำ ทางเดินเรือแม่น้ำ ลำคลองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และเทดิน กรวด ทรายลงในแม่น้ำสาธารณะอันเป็นเหตุให้เกิดการตื้นเขิน อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา 119, 120
       
       ในการนี้ทางอำเภอสามชัยพิจารณาแล้วเห็นว่า ท่าทรายเพชรธาราซึ่งมีนางกรชนกเป็นเจ้าของกิจการ ได้กระทำผิดฝ่าฝืนเงื่อนไขตามข้อ 19 แห่งระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการขออนุญาตให้ดูดทราย พ.ศ. 2523 และฝ่าฝืนประกาศฉบับที่ 64/2557 ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2557 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เรื่องการปราบปรามและหยุดยั้งการทำลายทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวได้สร้างความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะแนวตลิ่งตามลำน้ำลำพันชาดของ อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์
       
       ดังนั้น จึงเห็นควรระงับการดูดทรายในพื้นที่ดังกล่าว รวมทั้งเมื่อสิ้นสุดผลคดีแล้ว เห็นควรดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตต่อไป ซึ่งได้ทำหนังสือรายงานไปยังนายภุชงค์ โพธิกุฏสัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ และ พ.อ.ฉกาจพงษ์ หงษ์ทอง ที่ปรึกษากองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อประสานต่อไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ให้ดำเนินคดีต่อนายทุนรายนี้ด้วย
       
       ทั้งนี้ แนวทางการป้องกันทรัพยากรธรรมชาติใน อ.สามชัย จะยังคงดำเนินการไปอย่างต่อเนื่อง และติดตามผลการจับกุมทุกคดีเพื่อนำความสงบกลับคืนสู่ประเทศชาติ


ที่มา : http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9570000089960